LEATHERBOOK
WHEN PRESTIGE MEETS PRACTICALITY
บริการยื่นวีซ่ายุโรป ดูแลครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมเอกสารจนถึงยื่นสถานทูต

ประเทศทั้งหมด
บริการแปลภาษาทั้งหมด
LEATHERBOOK
WHEN PRESTIGE MEETS PRACTICALITY
บริการยื่นวีซ่ายุโรป ดูแลครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมเอกสารจนถึงยื่นสถานทูต
วีซ่าเชงเก้นประเภทท่องเที่ยว (Type C) คือวีซ่าพำนักระยะสั้นที่อนุญาตให้ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยเดินทางไปยัง 29 ประเทศในกลุ่มเชงเก้น เพื่อท่องเที่ยว พักผ่อน หรือเยี่ยมเพื่อนและครอบครัว โดยสามารถพำนักได้ สูงสุด 90 วันภายในระยะเวลา 180 วัน และสามารถเดินทางข้ามพรมแดนภายในกลุ่มเชงเก้นได้อย่างอิสระเมื่อเข้าสู่ประเทศแรกแล้ว ผู้สมัครต้องยื่นที่ สถานทูตของประเทศปลายทางหลัก (หรือประเทศแรกที่เดินทางเข้า) ผ่านศูนย์ยื่นวีซ่า เช่น VFS หรือ TLScontact
เขตเชงเก้นประกอบด้วย 29 ประเทศในยุโรป ที่เปิดพรมแดนให้เดินทางได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องตรวจคนเข้าเมืองซ้ำเมื่อเข้าประเทศแรกแล้ว ได้แก่:
• ออสเตรีย • เบลเยียม • ฝรั่งเศส • เยอรมนี • ลักเซมเบิร์ก • เนเธอร์แลนด์ • สวิตเซอร์แลนด์ • ลิกเตนสไตน์
• เดนมาร์ก • เอสโตเนีย • ฟินแลนด์ • ไอซ์แลนด์ • ลัตเวีย • ลิทัวเนีย • นอร์เวย์ • สวีเดน
• โครเอเชีย • กรีซ • อิตาลี • มอลตา • โปรตุเกส • สเปน
• บัลแกเรีย • สาธารณรัฐเช็ก • ฮังการี • โปแลนด์ • โรมาเนีย • สโลวาเกีย • สโลวีเนีย
เขตเชงเก้นประกอบด้วย 29 ประเทศผู้ยื่นวีซ่าเชงเก้นจากประเทศไทยต้องเตรียมเอกสารที่พิสูจน์ตัวตน การเงิน แผนการเดินทาง และสถานะการทำงานให้ครบถ้วนตามมาตรฐานของสถานทูตยุโรป โดยเอกสารหลักประกอบด้วยหนังสือเดินทางที่มีอายุอย่างน้อย 6 เดือน แบบฟอร์มคำร้องวีซ่าที่กรอกครบถ้วนพร้อมลายเซ็น และรูปถ่ายขนาดวีซ่าที่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน นอกจากนี้จะต้องมีประกันเดินทางที่ครอบคลุมขั้นต่ำ €30,000 ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ ใบจองที่พัก และแผนการเดินทางชัดเจนตลอดช่วงพำนัก
ผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานการเงิน เช่น สเตทเมนต์ย้อนหลัง 3–6 เดือน พร้อมยอดเงินเพียงพอสำหรับการเดินทาง รวมถึงเอกสารรับรองการทำงานหรือการศึกษา เช่น ใบรับรองงาน สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองนักศึกษา หากมีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย จะต้องแนบเอกสารของผู้สนับสนุนเพิ่มเติม เช่น จดหมายรับรองและสเตทเมนต์ประกอบการพิจารณา
Schengen Visa Steps
การยื่นวีซ่าเชงเก้นต้องเริ่มจากการกำหนดประเทศปลายทางหลักก่อน เพราะผู้สมัครจะต้องยื่นที่สถานทูตของประเทศที่พำนักนานที่สุด หรือประเทศแรกที่เดินทางเข้า จากนั้นตรวจสอบข้อกำหนดของสถานทูต เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เช่น หนังสือเดินทาง ประกันเดินทาง ใบจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก สเตทเมนต์ และเอกสารงานหรือการศึกษา เมื่อเอกสารพร้อมแล้ว ผู้สมัครต้องทำการนัดหมายเพื่อยื่นคำร้องกับศูนย์รับยื่น เช่น VFS หรือ TLScontact ในวันนัดให้ยื่นเอกสาร เก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ (ลายนิ้วมือ) และชำระค่าธรรมเนียม
หลังจากยื่นคำร้องแล้ว สถานทูตจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 7–15 วันทำการ หรือมากกว่านั้นในช่วงไฮซีซัน เมื่อผลอนุมัติออกมา ผู้สมัครจะได้รับหนังสือเดินทางคืนพร้อมสติ๊กเกอร์วีซ่าที่ระบุวันเข้าออก ประเทศที่อนุญาตให้เดินทาง และจำนวนวันที่พำนักได้ตามที่อนุมัติ ทั้งหมดนี้คือขั้นตอนมาตรฐานที่ผู้เดินทางจากประเทศไทยต้องปฏิบัติเมื่อยื่นวีซ่าเชงเก้น
การพิจารณาวีซ่าเชงเก้นใช้เวลาปกติ 7–15 วันทำการ แต่บางเคสอาจขยายเป็น 30–45 วันทำการ หากมีการตรวจสอบเพิ่มเติม สาเหตุที่ทำให้ล่าช้ามักเกิดจากเอกสารไม่ครบถ้วน ข้อมูลไม่ตรงกัน หลักฐานการเงินไม่ชัดเจน วัตถุประสงค์การเดินทางไม่ละเอียด หรือผู้สมัครมีประวัติเคยถูกปฏิเสธมาก่อน รวมถึงช่วงที่มีผู้ยื่นจำนวนมาก เช่น ไฮซีซันท่องเที่ยวหรือก่อนเทศกาลใหญ่ ในกรณีซับซ้อน สถานทูตอาจเรียกเอกสารเพิ่มเติม เช่น แผนการเดินทางที่ชัดเจนขึ้น หลักฐานงานหรือการเงินเพิ่มเติม หรือคำชี้แจงเหตุผลการเดินทาง ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาพิจารณายาวขึ้น ผู้สมัครจึงควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 3–4 สัปดาห์ และถ้าเป็นช่วงสูงสุดควรยื่นล่วงหน้า 6–8 สัปดาห์ เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้า
Embassy and Service Fees
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้นสำหรับผู้ใหญ่มีราคา €90 ส่วนเด็กอายุ 6–12 ปีอยู่ที่ €45 โดยชำระเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนของศูนย์ยื่นวีซ่า (VFS หรือ TLScontact) ในวันยื่นจริง นอกจากนี้ยังมี ค่าบริการศูนย์ยื่น ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 900–1,000 บาท ต่อการยื่นหนึ่งครั้ง รวมถึงค่าไบโอเมตริกซ์ซึ่งรวมอยู่ในแพ็กเกจ
สำหรับผู้ที่ใช้บริการทำวีซ่าผ่านบริษัท ตัวค่าบริการจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการดูแล เช่น การตรวจเอกสารอย่างละเอียด การวางแผนการเดินทาง การแก้ไขเอกสารที่ซับซ้อน หรือการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว โดยราคามักเริ่มต้นตั้งแต่ 1,500–5,000 บาท หรือสูงกว่าสำหรับเคสที่มีความซับซ้อนเป็นพิเศษ เช่น เคยถูกปฏิเสธมาก่อน เอกสารการเงินไม่ชัดเจน หรือมีความจำเป็นต้องเขียนชี้แจงเพิ่มเติม
การพิจารณาวีซ่าเชงเก้นใช้เวลาปกติ 7–15 วันทำการ แต่บางเคสอาจขยายเป็น 30–45 วันทำการ หากมีการตรวจสอบเพิ่มเติม สาเหตุที่ทำให้ล่าช้ามักเกิดจากเอกสารไม่ครบถ้วน ข้อมูลไม่ตรงกัน หลักฐานการเงินไม่ชัดเจน วัตถุประสงค์การเดินทางไม่ละเ
การยื่นวีซ่าเชงเก้นต้องแสดงหลักฐานว่าผู้เดินทางมีความพร้อมด้านการเงิน แผนการเดินทาง และความน่าเชื่อถือเพียงพอให้สถานทูตพิจารณาอนุมัติวีซ่าได้ง่ายขึ้น เอกสารหลักจะคล้ายกันในทุกสถานทูต แต่อาจมีรายละเอียดต่างกันตามประเทศที่ยื่น ผู้สมัครควรเตรียมเอกสารให้ครบชัดเจนตั้งแต่ต้นเพื่อลดโอกาสถูกเรียกเอกสารเพิ่มหรือถูกปฏิเสธ
เอกสารพื้นฐานที่ใช้ยื่นประกอบด้วย:
ผู้สมัครควรมีจำนวนเงินมากพอในการใช้จ่ายระหว่างเดินทาง และกลับมายังประเทศไทย ทางสถานทูตส่วนใหญ่จะพิจารณาความน่าจะเป็นที่ผู้สมัครจะไม่หลบหนีเข้าประเทศ รวมถึงการงาน การเงิน และความผูกพันกับประเทศไทย
โดยปกติแล้วแนะนำให้ผู้สมัครมีเงินใน Statement 150K – 300K ต่อผู้เดินทาง 1 ท่าน หรือปรึกษาเรา
สำหรับการยื่นวีซ่าเชงเก้น ผู้สมัครควรสำรองที่นั่งแบบยังไม่ชำระเงินเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการยื่นวีซ่า ทางบริษัทฯ สถานทูต และตัวแทนยื่นไม่รับผิดชอบคืนเงินค่าตั๋วใด ๆ ทั้งสิ้นกรณีวีซ่าไม่ผ่าน หรือปรึกษาเรา
ประกันเดินทางต้องมีทุนไม่ต่ำกว่า 1,500,000 บาท หรือให้สังเกตุคำว่า ‘Schengen Visa Approved’ บริษัทประกันส่วนใหญ่จะทำสัญลักษณ์เพื่อแจ้งว่าแพ็กเกจไหนใช้ยื่นวีซ่าได้ หรือปรึกษาเรา
นับย้อนหลัง 180 วันจากวันที่คุณอยู่ในเชงเก้น ต้องไม่เกิน 90 วันรวมทั้งหมด
การพิจารณาวีซ่าเชงเก้นใช้เวลาปกติ 7–15 วันทำการ แต่บางเคสอาจขยายเป็น 30–45 วันทำการ หากมีการตรวจสอบเพิ่มเติม สาเหตุที่ทำให้ล่าช้ามักเกิดจากเอกสารไม่ครบถ้วน ข้อมูลไม่ตรงกัน หลักฐานการเงินไม่ชัดเจน วัตถุประสงค์การเดินทางไม่ละเอียด หรือผู้สมัครมีประวัติเคยถูกปฏิเสธมาก่อน รวมถึงช่วงที่มีผู้ยื่นจำนวนมาก เช่น ไฮซีซันท่องเที่ยวหรือก่อนเทศกาลใหญ่
วีซ่าเชงเก้นแบบท่องเที่ยว (Type C) พำนักได้สูงสุด 90 วัน ภายในรอบ 180 วัน อาจเป็น Entry ครั้งเดียว / สองครั้ง / หลายครั้ง (Multiple)
สถานทูตจะกำหนดจำนวนวันอนุญาตไว้ในสติ๊กเกอร์วีซ่า เช่น 15, 30, 45, 60 วัน ฯลฯ — ไม่จำเป็นต้องได้ 90 วันเต็ม
การอ่านสติ๊กเกอร์วีซ่า
| Validity = ช่วงวันที่วีซ่าใช้ได้
| Duration of stay = จำนวนวันที่อยู่ได้จริง
Long-stay Visa (Type D) เป็นวีซ่าพำนักระยะยาวของแต่ละประเทศ (เรียน ทำงาน อยู่กับครอบครัว ฯลฯ) อยู่ได้ มากกว่า 90 วัน แต่ไม่ใช่วีซ่าท่องเที่ยวทั่วไป
ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้นสำหรับผู้ใหญ่มีราคา €90 ส่วนเด็กอายุ 6–12 ปีอยู่ที่ €45 โดยชำระเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนของศูนย์ยื่นวีซ่า (VFS หรือ TLScontact) ในวันยื่นจริง นอกจากนี้ยังมี ค่าบริการศูนย์ยื่น ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 900–1,000 บาท ต่อการยื่นหนึ่งครั้ง
เกณฑ์ในการเลือกว่าจะยื่นขอวีซ่าเชงเก้นกับประเทศใด เมื่อเดินทางไปหลายประเทศ
| กฎหลัก — พำนักนานที่สุด
ยื่นกับประเทศที่คุณพักค้างคืนมากที่สุด
| หากจำนวนคืนเท่ากัน — ประเทศแรกที่เดินทางเข้า
ถ้าพักเท่ากันหลายประเทศ ให้ยื่นกับประเทศที่คุณจะเดินทางเข้าครั้งแรก
ผู้สมัครไม่ควรยื่นคำร้องกับประเทศที่ไม่ใช่จุดหมายหลักของการเดินทาง เพียงเพราะมีคิวยื่นเร็วกว่า เนื่องจากอาจเข้าข่าย Visa Shopping ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎ และอาจส่งผลให้การยื่นขอวีซ่าเชงเก้นครั้งต่อไปมีความยากมากขึ้น
ผู้สมัครยื่นได้สูงสุด 6 เดือนก่อนวันเดินทางแต่ไม่น้อยกว่า 15 วันปฎิทิน
ผู้สมัครทำงานประจำ
นักเรียน/นักศึกษา
เจ้าของกิจการ / ฟรีแลนซ์ / ผู้ประกอบการ
บุคคลเกษียณอายุ
คนว่างงาน
ผู้สมัครที่เคยถูกปฏิเสธวีซ่าเชงเก้น ยังสามารถยื่นใหม่ได้ทันที โดยแก้ไขข้อมูลให้ครบตามจดหมายการปฏิเสธ ไม่มีการ “แบนถาวร” อัตโนมัติ เว้นแต่มีเหตุร้ายแรง เช่น เอกสารปลอม/ข้อมูลเท็จ หรือปรึกษาเรา
วีซ่าเชงเก้นแบบ Multiple Entry คือวีซ่าที่อนุญาตให้คุณ เข้า–ออกเขตเชงเก้นได้หลายครั้ง ภายในช่วงเวลาที่วีซ่ายังมีผลบังคับใช้ (Validity)
วีซ่าเชงเก้นไม่มีการสัมภาษณ์ เว้นแต่ทางสถานทูตมีการร้องขอ
ตัวแทนรับยื่นวีซ่าของสถานทูตจะปฏิเสธใบสมัครพร้อมเลื่อนนัดให้ผู้สมัครเตรียมเอกสารให้ครบก่อน บางกรณีอาจยื่นได้แต่ต้องเซ็นยินยอมหากทางสถานทูตเลือกจะไม่พิจารณาและไม่คืนค่าธรรมเนียมใด ๆ หรือปรึกษาเรา